มิถุนายน 20th, 2012

สุขบัญญัติ10ประการ

      สุขบัญญัติ 10 ประการ คือ ข้อกำหนดที่เด็ก และเยาวชน รวมทั้งประชาชนทั่วไป ควรปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย เพราะผู้ที่ปฏิบัติตาม สุขบัญญัติ 10 ประการ จะเป็นคนมีสุขภาพดี ทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคม ซึ่งจะส่งผลให้มีสุขภาพแข็งแรง มีสมรรถภาพในการเรียน การทำงาน และ สุขบัญญัติ 10 ประการ  ยังช่วยให้มีภูมิต้านทานโรค ไม่เจ็บป่วยง่าย ๆ ด้วย โดย สุขบัญญัติ 10 ประการ หรือ สุขบัญญัติแห่งชาตินี้ รัฐบาลได้ประกาศให้ดำเนินการและเผยแพร่ในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2539 ดังนั้นจึงได้กำหนดให้ทุกวันที่ 28 พฤษภาคม เป็น “วันสุขบัญญัติแห่งชาติ” อีกด้วย

สุขบัญญัติ 10 ประการ ประกอบไปด้วย

1.ดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด ทำได้โดย

          อาบน้ำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และสระผมอย่างน้อย สัปดาห์ละ 2 ครั้ง
ตัดเล็บมือ เล็บเท้า ให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรค
ถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลาทุกวัน
ใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ไม่อับชื้น และให้ความอบอุ่นอย่างเพียงพอ
จัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

2.รักษาฟันให้แข็งแรง และแปรงฟันทุกวันอย่างถูกวิธี โดยการ
แปรงฟันทุกวันอย่างถูกวิธี อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือ เวลาเช้า และก่อนนอน
ถูหรือบ้วนปาก หลังทานอาหาร
เลือกใช้ยาสีฟันและฟลูออไรด์
หลีกเลี่ยงการทานลูกอม ลูกกวาด ท็อฟฟี่ ขนมหวานเหนียวต่าง ๆ เพื่อป้องกันฟันผุ
ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
ไม่ควรใช้ฟันกัดขบของแข็ง
3.ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังการขับถ่าย

คือ ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้ง ก่อนและหลังการเตรียม ปรุง และรับประทานอาหาร รวมทั้งหลังการขับถ่าย

4.กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด โดยการ
เลือกซื้ออาหารสด สะอาด ปลอดสารพิษ โดยคำนึงหลัก 3 ป คือ ประโยชน์ ปลอดภัย และประหยัด
ปรุงอาหารให้ถูกสุขลักษณะ และใช้เครื่องปรุงรสที่ถูกต้อง โดยคำนึงหลัก 3 ส คือ สงวนคุณค่า สุกเสมอ และสะอาดปลอดภัย
ทานอาหารที่มีการจัดเตรียม การประกอบอาหาร และใส่ในภาชนะที่สะอาด
รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
รับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการทุกวัน
ทานอาหารปรุงสุกใหม่ รวมทั้งใช้ช้อนกลางในการทานอาหารร่วมกัน
หลีกเลี่ยงทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หรืออาหารรสจัด ของหมักดอง รวมทั้งอาหารใส่สีฉูดฉาด
ดื่มน้ำสะอาดทุกวัน อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
ทานอาหารให้เป็นเวลา
5.งดสูบบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนัน และการสำส่อนทางเพศ
ผู้ที่จะมีสุขภาพดีตาม สุขบัญญัติ 10 ประการ ต้องงดสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดใช้สารเสพติด งดเล่นการพนัน นอกจากนี้ต้องส่งเสริมค่านิยม รักนวลสงวนตัว และมีคู่ครองเมื่อถึงวัยอันควร

6.สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น ทำได้โดย
ให้ทุกคนในครอบครัวช่วยกันทำงานบ้าน
สมาชิกทุกคนในครอบครัวควรปรึกษาหารือ และแสดงความคิดเห็นร่วมกัน
เผื่อแผ่น้ำใจให้กันและกัน
จัดกิจกรรมสนุกสนานร่วมกัน
ชวนกันไปทำบุญ

7.ป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท  ทำได้โดย
ระมัดระวังป้องกันอุบัติภัยที่อาจเกิดภายในบ้าน เช่น เตาแก๊ส ไฟฟ้า ของมีคม ธูปเทียนที่จุดบูชาพระ ฯลฯ
ระมัดระวังในการป้องกันอุบัติภัยในที่สาธารณะ เช่น ปฏิบัติตามกฏของการจราจรทางบก ทางน้ำ ป้องกันอันตรายจากโรงฝึกงาน ห้องปฏิบัติการ เขตก่อสร้าง หลีกเลี่ยงการชุมนุมห้อมล้อม ในขณะเกิดอุบัติภัย

8.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปี โดยการ
ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
ออกกำลังกายและเล่นกีฬาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและวัย
ตรวจสุขภาพประจำปีกับแพทย์ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

9.ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ โดยการ
พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ อย่างต่ำ 8 ชั่วโมง
จัดสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน และที่ทำงานให้น่าอยู่
หาทางผ่อนคลายความเครียด เมื่อมีปัญหา หรือเรื่องไม่สบายใจรบกวน อาจหางานอดิเรกทำ ใช้เวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูภาพยนตร์
ช่วยเหลือผู้อื่นที่มีปัญหา

10.มีสำนึกต่อส่วนรวมร่วมสร้างสรรค์สังคม    เช่น
กำจัดขยะภายในบ้าน และทิ้งขยะในที่รองรับ
หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โฟม พลาสติก สเปรย์ เป็นต้น
มีและใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะ
กำจัดน้ำทิ้งในครัวเรือนและโรงเรียนด้วยวิธีที่ถูกต้อง
ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด
อนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น ชุมชน ป่า น้ำ และสัตว์ป่า เป็นต้น

ถ้าหากใครปฏิบัติได้ตาม สุขบัญญัติ 10 ประการ นี้ รับรองว่า จะมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยมาเบียดเบียนแน่นอน

สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบัน

Hits

สำนักงาน ป.ป.ส. เผยสถานการณ์ยาเสพติด ยาบ้าครองแชมป์ช่วงปฏิบัติการฯ ระยะที่ 2
สำนักงาน ป.ป.ส. เผยสถานการณ์ปัญหายาเสพติด ยาบ้า ยังเป็นยาเสพติดหลักที่แพร่ระบาด พบนำเข้ามากทางภาคเหนือ  มีการจับกุมคดีที่ยึดยาบ้าของกลางระดับตั้งแต่ 100,000 เม็ดขึ้นไปมากขึ้น ในช่วงปฏิบัติการฯ ระยะที่ 2 นี้ จับกุมได้ถึง 27 คดี ยึดยาบ้าได้ถึง 10,771,433 เม็ด

พลตำรวจเอก กฤษณะ ผลอนันต์ เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดปฏิบัติการ     ”ประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน“ ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2552 จนถึงปัจจุบัน (ข้อมูลประมวล ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553) ได้วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหายาเสพติด พบว่า           ยาเสพติดที่นำเข้าในช่วงนี้ ได้แก่ ยาบ้า กัญชา เฮโรอีน ฝิ่น ไอซ์ และยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน สำหรับยาบ้า ซึ่งเป็นยาเสพติดหลักที่แพร่ระบาดในประเทศพบการนำเข้าทางชายแดนภาคเหนือมาก ที่สุดมาโดยตลอด พบสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 94 โดยเฉพาะพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายหลักในการสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติด พบการนำเข้าระดับแสนเม็ดขึ้นไป 17 ครั้ง ทางด้าน อ.แม่จัน อ.แม่สาย อ.เวียงแก่น  จ.เชียงราย และอ.เชียงดาว อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ สำหรับการนำเข้าระดับแสนเม็ดขึ้นไปทางชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการนำเข้าทาง อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ 140,000 เม็ด และ อ.ศรีเชียงใหม่       จ.หนองคาย 285,800 เม็ด เฮโรอีน นำเข้าทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าโดยชาวปากีสถาน ซุกซ่อนโดยการกลืนลงในช่องท้อง และพบการลักลอบนำเข้าทาง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ด้วย ไอซ์ ส่วนใหญ่นำเข้าทางชายแดนภาคเหนือ ด้าน อ.แม่จัน จ.เชียงราย อ.เชียงดาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และพบการนำเข้าทางท่าอากาศยานสุวรรณ๓ูมิโดยชาวอิหร่าน จำนวน 4.2 กิโลกรัม โดยซุกซ่อนในฝากระเป๋าเดินทาง นอกจากนั้นยังพบว่าเครือข่ายชาวแอฟริกันมีการหลีกเลี่ยงการนำเข้าผ่านท่า อากาศยานสุวรรณภูมิ ไปใช้เส้นทางนำเข้าทางด้านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2553 สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมไอซ์ 1,435 กรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง ขณะเดินทางจากไนจีเรีย จะผ่านสุวรรณภูมิ ไปกรุงพนมเปญ เพื่อเดินทางย้อนกลับเข้าประเทศไทยที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นจับกุมของเจ้าหน้าที่
สำหรับผล การสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน ในช่วงนี้สามารถจับกุมยาเสพติดรายสำคัญได้จำนวน 76 คดี ผู้ต้องหา 124 คน ของกลางยาบ้า 3,684,450 เม็ด เฮโรอีน 7.35 กิโลกรัม กัญชา 2,641 กิโลกรัม ไอซ์ 5.4 กิโลกรัม ฝิ่น 21,310 กรัม และยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน 1,578,428 เม็ด โดย ยาบ้า เฮโรอีน กัญชา และยาแก้หวัด จับกุมได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปฏิบัติการที่ผ่านมา นอกจากนั้น ในช่วงนี้ยังพบการจับกุมยาบ้าระดับแสนเม็ดขึ้นไปในพื้นที่ชายแดน 11 คดี ของกลางยาบ้า 2,973,600 เม็ด ซึ่งที่ผ่านมาจับกุมได้เพียง 1 – 3 คดี สำหรับพื้นที่เป้าหมายหลัก 3 จังหวัดชายแดนภาคเหนือ จับกุมยาบ้าได้จำนวน 2,755,410 เม็ด คิดเป็นร้อยละ 22.3 ของการจับกุมทั้งประเทศ โดยปริมาณการจับกุมเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ผ่านมา    3.5 เท่า
การจับกุม คดียาเสพติดที่ยึดยาบ้าของกลางระดับตั้งแต่ 100,000 เม็ดขึ้นไป ในช่วงปฏิบัติการฯ ระยะที่ 2 นี้ จับกุมได้ถึง 27 คดี ยึดยาบ้าได้ถึง 10,771,433 เม็ด คิดเป็นร้อยละ 87 ของปริมาณของกลางที่ยึดได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการจับกุมที่ยึดยาบ้าระดับตั้งแต่ 10,000 – 99,999 เม็ด ที่สามารถจับกุมได้ 49 คดี  สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติด พบว่า จากรายงานจำนวนผู้เข้ามาบำบัดรักษาที่เข้าสู่ระบบ บสต. ของกระทรวงสาธารณสุข (12 พ.ย.2552 – 5 ก.พ.2553) มีจำนวน 11,647 คน มาจากภาคกลางมากที่สุด ร้อยละ 37.2 รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ร้อยละ 20 และ 17.4 ตามลำดับ ซึ่งกลุ่มที่เข้ามาบำบัดรักษาฯ กลุ่มหลักยังคงเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 15 – 19 ปี ร้อยละ 29.2
ท้ายนี้ พลตำรวจเอก กฤษณะ ผลอนันต์ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เน้นย้ำว่าในช่วง ปฏิบัติการ “ประเทศไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน ระยะที่ 2”  ต่อจากนี้ ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ผลักดันและสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามเป้าหมายที่ ตั้งไว้ ตามที่ นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและปราบปราม   ยาเสพติด ได้เน้นย้ำการทำงาน โดยเฉพาะด้านการแก้ไขปัญหาผู้เสพ/ติดยาเสพติด โดยให้ทุกจังหวัด/อำเภอ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับการชักชวนผู้เสพเข้ารับการบำบัดรักษา ให้ได้ผลสำเร็จตามเป้าหมายในการลดปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดตามปฏิบัติ การฯ รวมทั้งจะต้องให้ความสำคัญกับการติดตาม ฟื้นฟู ช่วยเหลือ โดยใช้บทบาทของครอบครัว ชุมชน และสังคม

การช่วยฟื้นคืนชีพ

ปัญหามลภาวะในชุมชนของนักเรียน

สาเหตุของปัญหา

            เกิดจากการที่คนในชุมชนขาดจิตสำนึกในการดูและรับผิดชอบที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ไม่สนใจหรือเอาใจใส่ เพราะคิดว่าไม่ใช่บ้านหรือสถานที่ของตนจึงไม่สนใจว่าจะเป็นอย่างไร จึงทิ้งขยะลงแหล่งน้ำโดยไม่สนใจผลที่ตามมา

 ผลที่ตามมา

            สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม ก่อให้เกิดมลพิษทางตาและทางกลิ่น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเพราะพันธุ์ของเชื้อโรค อาจมีผลกระทบทางด้านสุขภาพร่างกายของผู้ที่อาศัยอยู่โดยรอบ และทำให้สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่เสียชีวิต

แนวทางการแก้ไข

            สร้างทัศนะคติที่ดีและรณรงค์ไม่ให้ทิ้งน้ำเสียหรือขยะลงแหล่งน้ำ และปลูกฝังให้คนในชุมชนรักน้ำ ให้เห็นคุณค่าของแหล่งน้ำ เชิญชวนคนในชุมชนมาฟื้นฟูและบำบัดแหล่งน้ำ เช่น ทำน้ำจุลลินทรีเพื่อจะเอาไปเทลงแม่น้ำ เพื่อบำบัดน้ำเสีย

พฤติกรรมสุขภาพของวัยรุ่นไทยในอนาคต

ในอนาคต วัยรุ่นไทยจะเป็นอย่างไร หากยังมีพฤติกรรมสุขภาพเช่นในปัจจุบัน เช่น พฤติกรรมการบริโภค , การพักผ่อน , การออกกำลังกาย , การใช้ยาเสพติดและการพนัน , การติดเกมส์ , การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร   และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย

โรคลำไส้แปรปรวน

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.